ภาครัฐ-เอกชนญี่ปุ่นร่วมรณรงค์ ส่งเสริมโครงการเพิ่มประชากร
บิสเนส วีก จากแนวโน้มที่ภาวะถดถอยอาจทำให้อัตราเกิดในแดนอาทิตย์อุทัยต่ำต้อยลงกว่าเดิม ทั้งภาครัฐและเอกชน อย่างเช่น พานาโซนิก และฮิตาชิ จึงช่วยกันคนละไม้ละมือเพื่อสนับสนุนการมีบุตร
เดือนมิถุนายน รัฐบาลญี่ปุ่นเผยแพร่ข่าวดีว่าอัตราการเจริญพันธุ์ของประเทศ หรือจำนวนเฉลี่ยของบุตรที่ผู้หญิงแต่ละคนคาดว่าจะมีในตลอดช่วงชีวิต เพิ่มขึ้น 1.37% เมื่อปีที่แล้ว จาก 1.34% ในปี 2007 ถือเป็นการเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสามปีซ้อนจากสถิติต่ำสุด 1.26% ในปี 2005
กระนั้น ในภาวะที่คนมากมายตกงาน จึงมีแนวโน้มว่าอัตราการเจริญพันธุ์ในปีนี้จะลดลงอีกครั้ง เศรษฐกิจที่ไร้ความแน่นอน ความมั่นคงของงานสั่นคลอน ทำให้คนญี่ปุ่นตอนนี้อยากแต่งงานและมีลูกน้อยกว่าที่เราคาดไว้ ชิเกอิ มัตสึดะ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิจัยของสถาบันวิจัยได-อิชิ ไลฟ์ กล่าว
ผลสำรวจความคิดเห็นของคนโสด 200 คนและผู้แต่งงานแล้ว 600 คนที่เป็นคนทำงานและอยู่ในวัย 20-39 ปี ที่จัดทำโดยได-อิชิ ไลฟ์ในเดือนกันยายนปีที่แล้ว หนึ่งสัปดาห์ก่อนที่เลห์แมน บราเธอร์สจะล้มละลาย พบว่าคนโสดครึ่งหนึ่งบอกว่าอยากแต่งงานแต่ยังลังเลอยู่ ส่วนคนแต่งงานแล้วนั้น 80% อยากมีลูกอีกคน และ 90% ยอมรับว่าภาวะเศรษฐกิจทำให้การตัดสินใจเรื่องนี้ยากขึ้น
จากแนวโน้มที่ประชากรอายุ 65 ปีขึ้นไปจะมีสัดส่วนถึง 26% ของประชากรทั่วประเทศในปี 2015 จึงทำให้ทางการโตเกียวต้องเร่งกระตุ้นอัตราการเกิด แผนกระตุ้นเศรษฐกิจที่อนุมัติออกมาเมื่อเดือนพฤษภาคมกันงบ 3,700 ล้านดอลลาร์สร้างศูนย์รับเลี้ยงเด็กภาคกลางวัน และยูโกะ โอบูชิ รัฐมนตรีกระทรวงกิจการสังคมและความเท่าเทียมทางเพศ รับรองข้อเสนอของไคแดนเรน หรือสหพันธ์ธุรกิจชั้นนำของญี่ปุ่น ในการนำรายได้จากภาษีการบริโภค 1% หรือประมาณ 25,000 ล้านดอลลาร์ มาสนับสนุนโครงการเพิ่มประชากร
ด้วยสถานการณ์เศรษฐกิจที่ยากลำบากในทุกวันนี้ แม่หลายคนจึงต้องกลับไปทำงาน ดังนั้น เราจึงมีมาตรการปรับปรุงศูนย์รับเลี้ยงเด็กภาคกลางวันและสภาพแวดล้อมอื่นๆ เพื่อตอบสนองเป้าหมายในการทำให้ผู้หญิงทำงานสามารถจัดการหน้าที่การงานควบคู่ไปกับการเลี้ยงดูลูกไปพร้อมกัน โอบูชิกล่าว
อนึ่ง ที่ผ่านมา ทั้งภาครัฐและเอกชนปล่อยเวลาเนิ่นนานแรมปีไม่ยอมแก้ปัญหาเบื้องหลังอัตราการเกิดตกต่ำ เช่น การขาดแคลนศูนย์รับเลี้ยงเด็กภาคกลางวัน ปัจจุบัน มีเด็กราว 40,000 คนเข้าคิวรอใช้บริการศูนย์ดังกล่าวทั้งของรัฐและเอกชน มิตซุยและซูมิโตโมเป็นบริษัทเพียงไม่กี่รายที่เสนอให้บริการพิเศษนี้แก่พนักงาน
แต่ขณะนี้ บริษัทบางแห่งพยายามมากขึ้น เช่น พานาโซนิก, ฮิตาชิ และนิสสัน มอเตอร์ ที่ยอมให้พนักงานลาหยุดเพื่อเข้ารับการบำบัดด้านการเจริญพันธุ์ ชาร์ป, เอ็นอีซี และแคนนอน ให้เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำหรือเงินช่วยเหลือแก่พนักงานหญิงที่ต้องการผสมเทียม ซึ่งไม่ครอบคลุมอยู่ในประกันสุขภาพ บางบริษัทใจกว้างยอมให้พนักงานชายลาไปช่วยดูแลลูกอ่อนได้
บริษัทอิเล็กทรอนิกส์กำลังเป็นผู้นำในการสนับสนุนให้พนักงานที่มีบุตรยากเข้ารับการบำบัด ซึ่งถือเป็นความคืบหน้าที่ดีมาก อากิโกะ มัตสึโมโตะจากไฟน์ กลุ่มที่ให้การสนับสนุนสตรีที่มีปัญหาในการมีบุตรกล่าว
บริษัทขนาดเล็กบางแห่งกำลังมุ่งเน้นการเลี้ยงดูบุตร เพื่อดึงดูดบุคลากรมีความสามารถที่อาจอยากไปทำงานกับบริษัทที่ใหญ่และมีชื่อเสียงกว่า ตัวอย่างเช่นมิยาจิ เดนกิ อิเล็กทริก ผู้ค้าส่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในชิโกกุ ทางตะวันตกของญี่ปุ่น ให้เบี้ยเลี้ยงพิเศษเดือนละ 500 ดอลลาร์แก่พนักงานที่ลาไปเลี้ยงลูกอ่อนนานหนึ่งปี ขณะที่พนักงานหญิงสามารถกลับบ้านก่อนเวลาได้สองชั่วโมงจนกว่าลูกจะขึ้นเกรด 2
ที่ฟูกูโอกะ รัฐบาลท้องถิ่นริเริ่มมาตรการจูงใจ เช่น เพิ่มคะแนนพิเศษในการประมูลโครงการสาธารณะ และเสนอเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำแก่บริษัทที่สนับสนุนให้พนักงานลาไปเลี้ยงลูก ซึ่งปรากฏว่ามีบริษัทราว 2,000 แห่งที่ส่วนใหญ่ว่าจ้างพนักงานไม่ถึง 50 คน มาลงทะเบียนขอเข้าร่วมโครงการแล้ว
มิโนรุ ฟูนายามะ ประธานห้างค้าปลีกของขวัญ เอโกะ และตัวแทนสมาคมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในฟูกูโอกะ บอกว่าแต่ก่อนพนักงานหญิงเกือบทั้งหมดมักลาออกหลังจากทำงานได้สามปี เพราะแต่งงานและตั้งท้อง แต่นับจากที่ทางการและภาคเอกชนประกาศโครงการสนับสนุนการมีลูก ปรากฏว่ามีแม่หลายคนที่มีความสามารถมาสมัครงานเพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน การแต่งงานและการมีลูกได้กลายเป็นประเด็นร้อนในสังคมแดนปลาดิบ เดือนพฤษภาคม สถานีเอ็นเอชเคแพร่ภาพละครชุดเกี่ยวกับคอนคัตสึ หรือการตามล่าหาการแต่งงาน
หลายคนบอกว่ากิจกรรมบางอย่างมีความจำเป็นสำหรับการหาคู่แต่งงาน เช่นเดียวกับการหางานทำ เช่น การเข้าร่วมปาร์ตี้ของบริษัทจัดหาคู่ให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ และในเดือนมิถุนายน ภาพยนตร์เรื่องหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้หญิงทำงานที่ท้องโดยไม่ทันตั้งตัว กลายเป็นหนังยอดฮิตขึ้นมาทันทีทันใด
เบบี้ เบบี้ เบบี้ บอกเล่าเรื่องราวของหญิงสาววัย 35 ปีที่ท้องโดยไม่คาดคิดหลังได้เลื่อนตำแหน่งเป็นบรรณาธิการบริหารสดๆ ร้อนๆ คุณคิดว่าฉันทำงานหนักแค่ไหนกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้? ตัวละครเอกตะโกน
ฟูมิโกะ โอกะ โปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องนี้บอกว่า ความขุ่นเคืองและสับสนของบรรณาธิการสาวสะท้อนอารมณ์ความรู้สึกของผู้หญิงมากมายที่ทำงานหนักเพื่อไต่เต้าในหน้าที่การงาน ขณะที่สื่อชอบประโคมข่าวลบเกี่ยวกับการมีลูก เช่น การขาดแคลนสูตินรีแพทย์ และการที่โรงพยาบาลบางแห่งไม่ยอมรับผู้หญิงที่กำลังจะคลอดลูกที่รถพยาบาลนำมาส่ง
ทั้งที่การมีลูกควรเป็นสิ่งที่ดี และเราต้องการเป็นแรงบันดาลใจสำหรับผู้หญิงที่ไม่สามารถตัดสินใจได้เกี่ยวกับการมีลูก
หนึ่งในไฮไลต์ของหนังอยู่ในฉากที่ว่าด้วยช่วงเวลา 30 นาทีสุดท้ายของการคลอดลูก
ผู้หญิงมากมายที่ไม่อยากมีลูกแล้วได้ดูหนังเรื่องนี้ บอกว่าตัวเองคงมีความสุขมากถ้าได้มีประสบการณ์อย่างในหนัง โอกะบอกและว่า เธอได้ยินหลายคนพูดว่าอยากดูหนังเรื่องต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องราวของตัวละครหญิงที่ต้องทำงานและเลี้ยงลูกไปด้วย
การเลี้ยงลูกมีค่าใช้จ่ายสูงและยังยากสำหรับผู้หญิงที่จะรักษาตำแหน่งหน้าที่เอาไว้ ขณะนี้ บริษัทใหญ่หลายแห่งกำลังริเริ่มระบบสนับสนุนคุณแม่ทำงาน แต่บริษัทเล็กๆ ส่วนใหญ่ยังลังเลที่จะทำแบบนี้








